ฝ่ายค้านไล่บี้ไม่หยุด ‘ธรรมนัส’ เจ้าของวลีเด็ด”มันคือแป้ง”

ฝ่ายค้านไล่บี้ไม่หยุด ‘ธรรมนัส’ เจ้าของวลีเด็ด”มันคือแป้ง”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส.ส. พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เจ้าของวลีในตำนาน “มันคือแป้ง” ที่ธรรมนัสตอบโต้การอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่

จากคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย ซึ่งระบุว่าธรรมนัสทำผิดจริงข้อหามีส่วนในการลักลอบขนยาเสพติด และต้องโทษจำคุก 6 ปี อย่างไรก็ตาม ธรรมนัสปฏิเสธ พร้อมระบุว่า สิ่งที่ตำรวจออสเตรเลียพบนั้น “มันคือแป้ง” ไม่ใช่เฮโรอินแต่อย่างใด

แต่ทาง พรรคฝ่ายค้านยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะถอดถอนธรรมนัส และได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าธรรมนัสต้องพ้นสภาพ ส.ส. และรัฐมนตรี เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาจำคุก แต่ศาลก็ตัดสินว่าธรรมนัสไม่ขาดคุณสมบัติ จึงสามารถดำรงตำแหน่งการเมืองต่อไปได้

นายวิรัตน์ วรศสิริน ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า “ตนกังวลว่าอนาคตหากยังใช้ระบบนี้ พ่อค้ายาเสพติดอาจเข้าสู่วงการการเมือง อาจทำให้เกิดการทุจริตซื้อเสียงขึ้นได้ และทำให้การเมืองไทยแย่ลง ซึ่งบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องมีจริยธรรมความรับผิดชอบสูงกว่าบุคคลทั่วไป สิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เพื่อกลั่นกรองคนเข้าสู่ระบบการเมืองถือว่าเขียนไว้ดี แต่หากองค์กรไม่นำไปปฏิบัติจะทำให้การเมืองไทยแย่ลง”

“ผมมองว่า ประเทศไทยหมดความหวังกับความยุติธรรม แต่ฐานะฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ต่อไป สิ่งที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันตั้งโจทย์ไว้ว่าเป็นฉบับปราบโกง และคัดคนไม่ดีออกจากวงการการเมืองไทย ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดแบบให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทำให้ผมไม่แน่ใจว่า คนไม่ดีของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นหมายถึงอะไร จะหมายถึงคนไม่ดีที่เป็นพรรคการเมืองคู่ต่อสู้หรือไม่ หรือคนไม่ดีที่ย้ายมาอยู่พรรคการเมืองของตัวเอง จะกลายเป็นคนดี ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นผมมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ อย่าทำให้รัฐธรรมนูญที่ตั้งโจทย์เป็นฉบับปราบโกง เป็นสิ่งที่โกหก และเป็นไปไม่ได้”

ทางธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไม่อยู่เฉย ออกกมาโพสแสดงทัศนะกรณีที่ศาลตัดสินให้ ธรรมนัส ดำรงตำแหน่งต่อไป

ธนาธร ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญสร้างบรรทัดฐานใหม่ เป็นอดีตนักโทษในต่างแดนก็เป็น รมว.ไทย ได้ ?

“ผมรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยความประหลาดใจ แม้จะไม่ผิดความคาดหมายที่ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มือประสานสิบทิศของรัฐนาวาประยุทธ์ จันทร์โอชา รอดจากการพ้นสภาพรัฐมนตรี แต่คำวินิจฉัยของศาลวันนี้เกินความคาดหมายของผมไปมาก เพราะระบุว่าแม้ศาลออสเตรเลียจะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกธรรมนัสในคดียาเสพติดจริง แต่เป็นศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี

ผมขอตั้งข้อสังเกต 2 ข้อ ดังนี้

ประการแรก

ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยชัด ๆ ว่า “ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ก่อนลงสมัคร ส.ส. ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่าเคยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย” และ “เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงนิวเซาท์เวล เครือรัฐออสเตรเลีย”

หมายความว่าที่ธรรมนัสกล่าวอ้าง ทั้งในสภา กับวาทะ “มันคือแป้ง” และนอกสภา ที่เขายืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่เคยติดคุก ไม่ได้ค้ายาเสพติด เป็นเรื่องไม่จริง เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ธรรมนัสจะขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีจะมีความสง่างามได้อย่างไร จะได้รับความเชื่อถือจากประชาชนได้อย่างไร หากมีรัฐมนตรีที่โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องคอขาดบาดตายอย่างการพัวพันกับการค้ายาเสพติด

ประการที่สอง

คำวินิจฉัยในวันนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทยใช่หรือไม่ ว่าไม่ว่าจะเป็นอาชญากรหรือนักโทษมาจากไหน แต่ประเทศไทยจะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้เป็นรัฐมนตรีได้เสมอ ตราบใดที่ไม่ได้ต้องคดีในไทย ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปพ่อค้ายา พ่อค้าอาวุธทั่วโลกก็คงสามารถเอาเงินจากการก่ออาชญากรรม มาซื้อตำแหน่งรัฐมนตรี กลายเป็นผู้บริหารประเทศไทยได้ใช่หรือไม่

เราจะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ?

หากเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าแปลกใจเลยครับที่คนไทยจำนวนมากจะอยากย้ายประเทศ เพราะไม่มีใครหรอก ที่อยากอยู่ในบ้านเมืองที่ไม่มีที่อยู่ให้กับคนมีความสามารถ แต่กลับมีที่ยืนให้กับบุคคลเช่นนี้