เมียนมาสุดอัปยศ นองเลือดสังหารประชาชน วันเดียวไม่ต่ำกว่า 100 ศพ ในวันสถาปนากองทัพ

เมียนมาสุดอัปยศ นองเลือดสังหารประชาชน วันเดียวไม่ต่ำกว่า 100 ศพ ในวันสถาปนากองทัพ

เมื่อ 27 มี.ค. ซึ่งตรงการครบรอบ 76 ปี วันสถาปนากองทัพเมียนมาในปีนี้ นับว่ากลายเป็นอัปยศที่สุดตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร 1 ก.พ. โดยในวันเดียวกันนี้สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงซึ่งประกอบด้วยตำรวจและทหาร ได้ใช้กำลังรุนแรงเข้าปราบปรามการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของชาวเมียนมาอย่างโหดเหี้ยม มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 100 ราย จากการปราบปรามเหตุประท้วงช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในบรรดาผู้เสียชีวิตเพียงวันเดียวนี้ ที่เมืองมัณฑะเลย์มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 40 ราย รวมถึงเด็กหญิงอายุ 13 ปี ขณะที่นครย่างกุ้งซึ่งเป็นพื้นที่ปราบปรามรุนแรงสุดของประเทศมีรายงานเสียชีวิตอย่างน้อย 27 คน

โดยจากยอดรวมผู้เสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามของกองทัพในหลายพื้นที่ตั้งแต่พื้นที่ทางเหนือในรัฐคะฉิ่น ไปจนถึงพื้นที่ใต้สุดอย่างตะนาวศรี รวมแล้วมียอดเสียชีวิตทั้งหมดนับร้อยคนนั้น มีเยาวชนที่อายุระหว่าง 5-15 ปี เสียชีวิตขณะกองทัพเข้าสลายการชุมนุมอย่างน้อย 4 คน ส่งผลให้นับตั้งแต่เหตุรัฐประหารต้นเดือนก.พ. มีรายงานพลเรือนเสียชีวิตแล้วกว่า 440 ราย

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า กองทัพได้ใช้ยุทธวิธีโจมตีทางอากาศโจมตีหมู่บ้านที่กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยง (KNU) ควบคุมไว้ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ชายแดนไทย ส่งผลมีรายงานการเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งการตอบโต้ของกองทัพครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่กองกำลังของชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง KNU ได้โจมตีฐานที่มั่นของกองทัพเมียนมา ทั้งได้สังหารฝ่ายกองทัพไป 10 นาย

เหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจาณ์การสังหารประชาชนอย่างโหดเหี้ยม โดยนายแพทย์ซาไล หม่อง เต็ง ซา หรือชาวเมียนมาเรียกว่า “ดร.ซาซา” ระบุในตอนหนึ่งของแถลงการณ์ว่า “วันครบรอบสถาปนากองทัพ แต่วันนี้ก็เป็นวันแห่งความอัปยศของกองทัพเช่นกัน”