WeVo จัดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีโตโต้ถูกจับ ยืนยันมีหลักฐาน ตั้งข้อสังเกตตำรวจปฏิบัติไม่เป็นธรรม ยืนยันเคลื่อนไหวต่อ

WeVo จัดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีโตโต้ถูกจับ ยืนยันมีหลักฐาน ตั้งข้อสังเกตตำรวจปฏิบัติไม่เป็นธรรม ยืนยันเคลื่อนไหวต่อ

วันที่ 11 มีนาคม กลุ่ม We Volunteer หรือ WeVo จัดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในกรณีการจับกุม ปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนำหลักฐานและประเด็นข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งต่อแถลงการณ์ของทางตำรวจที่ได้มีการชี้แจงไปก่อนหน้านี้มาแสดงต่อสื่อมวลชน ที่ The Connecion Seminar Center ถนนรัชดาภิเษก

โดย รัฐภูมิ เลิศไพจิตร โฆษกในฐานะตัวแทนกลุ่ม ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่กลุ่ม WeVo ถูกจับกุมตัวที่ในวันที่ 6 มีนาคม ที่ลาดจอดรถ ในระหว่างการตรวจค้นนั้นมีการทำร้ายร่างกาย เช่น การใช้ฝ่ามือตบไปที่ผู้ต้องสงสัย การนำอาวุธปืนจ่อ รวมถึงการยึดทรัพย์สินบางส่วนไปโดยมิชอบ อย่างเช่น บัตรประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะถูกยึด และหลังจากที่สมาชิกถูกนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาออกไป

รัฐภูมิกล่าวต่อไปว่า ทั้งหมดนี้ตนยืนยันว่ากลุ่มไม่มีแนวคิดที่จะชิงตัวผู้ต้องหา เพราะหลังจากนั้นกลุ่มก็เดินทางไปมอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) พหลโยธิน การที่กลุ่มทุบทำลายรถนั้นตนมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายๆ เหตุการณ์ที่ตำรวจได้ทำการสลายการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“วัตถุประสงค์ของกลุ่มในวันที่ 6 มีนาคม คือหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ กลุ่มจะเข้าร่วมชุมนุมเพื่อดูแลมวลชนกลุ่ม REDEM ที่ชุมนุมอยู่บริเวณหน้าศาลอาญา รัชดา โดยอุปกรณ์ที่กลุ่มนำไปนั้นประกอบด้วย โล่ เสื้อเกราะ หนังสติ๊ก พลุควัน ขวดน้ำที่ดัดแปลงไว้สำหรับเก็บแก๊สน้ำตา ซึ่งไม่ใช่อาวุธสงครามที่มีความร้ายแรง ซึ่งหากมีความผิดจริง เจ้าหน้าที่คงตั้งข้อกล่าวหาไปแล้ว เพราะเสื้อเกราะที่กลุ่มนำมานั้นเป็นเพียงเสื้อเกราะที่ใส่แผ่นซับแรงกระแทกไว้ด้านใน สำหรับเล่นกีฬาบีบีกัน อาจป้องกันแรงกระแทกจากกระสุนยางได้ แต่ไม่สามารถป้องกันอันตรายจากกระสุนจริงได้” รัฐภูมิกล่าว

ขณะที่ ฝ้าย ตัวแทนกลุ่มที่อ้างว่าถูกทำร้ายขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม โดยมีหลักฐานเป็นภาพที่ถ่ายรอยบาดแผลขณะที่โดนทำร้ายไว้ ในเหตุการณ์วันที่ 6 มีนาคม ที่มีการปฏิบัติการจับกุม นั้นมีการทำร้ายร่างกาย รวมถึงการนำอาวุธปืนมาจ่อเพื่อข่มขู่ โดยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่นั้นไม่มีหมายศาล และไม่มีการแจ้งหน่วยงาน

หลังจากนั้นตนได้ไปแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็อ้างว่าไม่สามารถดำเนินการเนินเนื่องจากตนจำรูปพรรณสัณฐานของเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราชที่ทำร้ายตนไม่ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่โดนในครั้งนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ เพราะตนไม่ได้ทำผิด และตนยืนยันว่ายังจะเคลื่อนไหวต่อไป

ฝ้ายกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีเงิน 170,000 บาท ของกลุ่มที่หายไปนั้น ตนยืนยันว่าขณะที่มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็กแล้ว แต่ภายหลังกลุ่มได้ทำการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใส่เงินไว้ในรายการของกลาง โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าหายไประหว่างการชิงตัวผู้ต้องหา แต่ตนเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่คนที่นำเงินไปนั้นขึ้นรถอีกคันแยกออกไป