อมรัตน์ ยื่นหนังสือ ถึงอธิบดีสรรพากร ตรวจสอบค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้าของประยุทธ์ เป็นเงินได้ คำนวณภาษีหรือไม่

อมรัตน์ ยื่นหนังสือ ถึงอธิบดีสรรพากร ตรวจสอบค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้าของประยุทธ์ เป็นเงินได้ คำนวณภาษีหรือไม่

วันนี้ 9 มีนาคม ที่กรมสรรพากร อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล พร้อมด้วย เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดนครปฐม และณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันมายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ตรวจสอบแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2557 จนถึงปัจจุบันของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่าได้นําจํานวนเงินที่กองทัพบก ได้ชําระค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา มารวมคํานวณเป็นเงินได้ของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่

ทั้งนี้ ในเอกสารที่ยื่นต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตอนหนึ่งระบุว่า จากคําชี้แจงทั้งหมด มีการยืนยันความจริงสอดคล้องกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อาศัยอยู่ในบ้านพักรับรองของกองทัพบก เลขที่ 253/54 กรมทหารราบที่ 1 ในความครอบครองดูแล และใช้ประโยชน์ในราชการของกองทัพบก นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2553 ครั้งที่ดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และต่อมาเมื่อเกษียณอายุราชการในตําแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2557 ยังคงพักอาศัยในบ้านพักรับรองของกองทัพบก ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยกองทัพบกสนับสนุนค่ากระแสไฟฟ้าและ น้ําประปาใช้งาน ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในบ้านพักรับรอง

อมรัตน์ กล่าวว่า การที่กองทัพบกสนับสนุนค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ําประปาในบ้านพักรับรองของกองทัพบกแทนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นย่อมเป็นกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคิดคํานวณราคาเป็นเงินได้ ซึ่งสามารถคิด คํานวณได้แยกต่างหากจากมูลค่าของการได้อยู่บ้านพักรับรองของกองทัพบก เนื่องจากจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร

อมรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามนัยคําพิพากษา ที่ 21/2536 พล.อ.ประยุทธ์ จึงยังมีหน้าที่ ต้องนําเงินได้จํานวนเท่ากับมูลค่าของค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ําประปาที่กองทัพบกเป็นผู้ชําระ ไปรวมคํานวณและ เสียภาษีเงินได้ อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินซึ่งต้องรวมมูลค่าเงินค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ําประปาที่กองทัพบกเป็นผู้ชําระ ดังกล่าวเป็นเงินได้ที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในเดือน มี.ค.ของทุกปี ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากรอีกด้วย

“การฝ่าฝืนไม่แสดงเงินได้พึงประเมินที่ได้รับโดยรวมมูลค่า เท่ากับค่ากระแสไฟฟ้าและน้ําประปาที่กองทัพบกเป็นผู้ชําระแทน ย่อมส่งผลให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาน้อยกว่าความเป็นจริง อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลัง การจัดเก็บรายได้ของ ประเทศ ทั้งยังเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร” อมรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย