ไป่ ทาคน นักแสดงดังชาวเมียนออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังหายตัวไป 2 วัน วอนประชาคมโลกร่วมต่อสู้กับกองทัพที่เข่นฆ่าประชาชน

ไป่ ทาคน นักแสดงดังชาวเมียนออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังหายตัวไป 2 วัน วอนประชาคมโลกร่วมต่อสู้กับกองทัพที่เข่นฆ่าประชาชน

เมื่อคืนที่ผ่านมา “ไป่ ทาคน” นักแสดงชื่อดังชาวเมียนมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยฝากข้อความถึงผู้นําทุกรัฐบาลทั่วโลก มีใจความว่า ทุกวันนี้พลเรือนเมียนมากำลังถูกฆ่าอย่างไร้ความปราณีโดยกองกำลังทหาร ไม่มีแม้แต่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทางครอบครัวของไป่ ทาคน ไม่สามารถติดต่อเขาได้เป็นระยะเวลาราว 2 วัน หลังเดินทางไปเข้าร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจ เบื้องต้นทางครอบครัวเกรงว่าอาจจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพเมียนมาจับกุมตัวไป ก่อนที่จะออกมาเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียในเวลาต่อมา คาดว่าน่าจะยังคงปลอดภัยดีและยังไม่ถูกทางการควบคุมตัวอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

“จดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำทุกรัฐบาลทั่วโลก

ในฐานะพลเมืองชาวเมียนมา ผมอยากจะขอร้องทุกท่านด้วยความเคารพอย่างใจจริง

ทุกๆ วัน ประชาชนชาวเมียนมาที่อายุน้อยกว่าผมถูกเข่นฆ่าอย่างไร้ความปราณี โดยกองกำลังของกองทัพที่ในขณะนี้ได้รับการประกาศให้เป็น ‘กลุ่มก่อการร้าย’ โดยคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ที่กำลังรักษาการคณะรัฐบาลเมียนมาอย่างชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะที่เด็กและเยาวชนในประเทศที่สันติประเทศอื่นๆ สามารถมีสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิต แต่คนรุ่นใหม่ในประเทศของผมกลับไม่มีแม้แต่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในช่วงเวลานี้ และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ พวกเขามีโอกาสที่จะถูกฆ่า ถ้าเลือกยืนหยัดหรือต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง ที่นี่ไม่มีเสรีภาพในการแสดงออก โดยเด็กและคนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้เข้าเรียนมานานกว่า 1 เดือนแล้ว เป็นเรื่องที่น่าใจหาย เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้

ผมจึงอยากจะขอร้องสหประชาชาติ ทุกประเทศในประชาคมโลก โปรดประณามการกระทำของกองทัพ โปรดดำเนินมาตรการตอบโต้โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเหล่านี้ รวมถึงเรียกร้องให้พวกเขาปล่อยพลเมืองชาวเมียนมาที่ถูกจับกุมและควบคุมตัวในทันที”

นอกจากนี้ เขายังโพสต์ไอจี สตอรี เหมือนกับว่ากำลังเดินทางไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง โดยล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตในเมียนมาจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพอยู่ที่ราว 60 ราย มีผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวแล้วอย่างน้อย 1,700 ราย หลังเมียนมาอยู่ภายใต้เงารัฐประหารมานานกว่า 1 เดือน