“ยิ่งชีพ” นำทีม สฤณี-จอห์น ฟ้องกองทัพบก หยุดปฏิบัติการ IO

“ยิ่งชีพ” นำทีม สฤณี-จอห์น ฟ้องกองทัพบก หยุดปฏิบัติการ IO

“ยิ่งชีพ” ผู้จัดการ iLaw นำทีม สฤณี-จอห์น เตรียมฟ้องกองทัพบก-ผู้บัญชาการกองทัพบก ให้ศาลสั่งยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ต่อประชาชน

วันนี้ (2 มีนาคม) ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน หรือ iLaw เปิดเผยต่อสาธารณะผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เตรียมยื่นฟ้องกองทัพบก-ผู้บัญชาการกองทัพบกเพื่อขอให้ศาลปกครองสั่งยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ในวันที่ 4 มีนาคม นี้ พร้อมกับแท็กเฟซบุ๊กของ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล และ นายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรผู้จัดรายการ พร้อมข้อความดังนี้

ตามที่มีหลักฐานปรากฏ ทั้งจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 2 ครั้งที่ผ่านมา รายงานเปิดเผยเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงกับรัฐของทวิตเตอร์ รายงานของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รวมทั้งข้อมูลที่ปรากฏบนสื่อมวลชนและเอกสารการปฏิบัติงานภายในที่ถูกนำมาเผยแพร่ จึงชัดเจนแล้วว่ากองทัพบกกำลังทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ต่อประชาชนเพื่อหวังผลทางการเมืองภายในประเทศ

ข้อมูลที่เปิดเผยระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นเอกสารของทางราชการ ที่ออกโดยกองทัพภาคที่ 2 เพื่อมอบหมายการปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติการ ด้านข้อมูลจากรายงานที่เปิดเผยโดยทวิตเตอร์ ก็แสดงให้เห็นว่าบัญชีทวิตเตอร์ที่เชื่อมโยงกับกองทัพบกถูกใช้เพื่อ ‘อวย’ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลชุดนี้อย่างโจ่งแจ้ง และโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างหนัก ขณะที่กลุ่มภาคประชาสังคม นักศึกษา นักกิจกรรม นักวิชาการ และสื่อมวลชนก็ตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของกองทัพบกด้วยเช่นกัน

จากเอกสารที่ถูกเผยแพร่พบบัญชีทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของ สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw และ วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรผู้จัดรายการ เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารด้วย รายงานของทวิตเตอร์ปรากฏการตรวจพบปฏิบัติการต่อบัญชีทวิตเตอร์ของทั้งสามคนหลายครั้ง ตัวอย่างเช่น วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 มีข้อความไปหาบัญชี @johnwinyu ว่า “กูโคตรจะเกลียดมึงเลย เป็นดาราเสือกมายุ่งเรื่องการเมือง ไอ้ขยะ”

ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงการ ‘ประชาสัมพันธ์งานของกองทัพบก’ ตามที่กองทัพบกเคยชี้แจงต่อสาธารณะเท่านั้น แต่มีเนื้อหาและลักษณะที่ ‘หวังผลทางการเมือง’ โดยใช้ข้อความที่ ‘เป็นบวก’ กับนายกรัฐมนตรีที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐ และ ‘เป็นลบ’ ต่อพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งกลุ่มภาคประชาสังคม นักศึกษา นักกิจกรรม นักวิชาการ และสื่อมวลชน ที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตแต่ไม่เป็นบวกกับฝ่ายการเมืองที่ถืออำนาจอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณและทรัพยากรของรัฐ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบธรรม

ในขณะเดียวกันผู้ฟ้องคดีทั้งสามคนยังได้ยื่นจดหมายถึงผู้ให้บริการเฟซบุ๊ก เพื่อให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารโดยรัฐ เพื่อสร้างความรับรู้ของประชาชนที่ไม่เป็นความจริง และดำเนินการต่อการกระทำที่ละเมิดกฎของเฟซบุ๊ก รวมทั้งยื่นหนังสือและข้อมูลหลักฐานต่อผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (UN Special Rapporteur on Freedom of Expression) เพื่อให้ตรวจสอบปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่กองทัพบกไทยกระทำต่อประชาชนไปพร้อมกัน