“จิราพร สินธุไพร” แฉแหลก ประยุทธ์ใช้มาตร 44 โดยไม่ถูกต้อง

“จิราพร สินธุไพร” แฉแหลก ประยุทธ์ใช้มาตร 44 โดยไม่ถูกต้อง

นางสาวจิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวระหว่างการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ถาม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ชีวิตนี้เคยรู้อะไรบ้างนอกจากการทำรัฐประหาร และมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557

“ดิฉันอยากรู้ค่ะว่า ตลอดชีวิตของ พล.อ.ประยุทธ์ เนี่ย เคยรู้อะไรบ้างนอกจากการทำรัฐประหารและการใช้มาตรา 44” นางสาวจิราพร กล่าว

คำถามนี้เกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับคดีเหมืองทองอัครา ที่ไทยถูกบริษัทจากประเทศออสเตรเลีย ชื่อ คิงส์เกต คอนโซลิเดเตด ฟ้องเพราะ พล.อ.ประยุทธ์  ดึงดันใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปิดเหมืองทองดังกล่าว โดยอ้างว่า ไม่ได้เจาะจงเฉพาะเหมืองทองอัตรา แต่ใช้กับทุกเหมือง เพื่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ทั้งที่หน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานคัดค้าน และแนะนำให้ใช้กฎหมายปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องแล้วก็ตาม

อีกหนึ่งหลักฐานที่นางสาวจิราพรเชื่อว่ารัฐบาลไทยรู้ตัวว่าจะแพ้คดีสูงมาก คือ การที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2562 (หลังการเลือกตั้ง) ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาเหมืองทองดังกล่าว 4 แนวทาง คือ

1. คิงส์เกตเลิกกิจการและได้รับเงินชดเชย

2. คิงส์เกตกลับมาประกอบธุรกิจและได้รับเงินชดเชย

3. คิงส์เกตกลับมาประกอบธุรกิจและได้รับการชดเชยรูปแบบอื่น

4. เจรจากับคิงสก์เกตว่าจะไม่เจรจา

นางสาวจิราพร กล่าวว่า 3 แนวทางแรก คือ การยอมรับสภาพการแพ้คดี และอีกแนวทางคือการไปตายเอาดาบหน้า แต่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กลับมาตอบนายสุทิน คลังแสง ส.ส. จ.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในสภาผู้แทนราษฎรว่าไทยจะชนะคดี ซึ่งตนไม่อยากกล่าวหาว่านายสุริยะโกหก แต่เข้าใจว่านายสุริยะกำลังหาทางช่วย พล.อ.ประยุทธ์ อยู่