รัฐบาลทหารเมียนมา จะ “ดำเนินการเด็ดขาด” หากไม่หยุดใช้มาตรการที่รุนแรง

รัฐบาลทหารเมียนมา จะ “ดำเนินการเด็ดขาด” หากไม่หยุดใช้มาตรการที่รุนแรง

กองทัพเมียนมาสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวต่อเนื่อง ตัดสัญญาณเน็ตวันที่สอง ขู่เพิ่มโทษ ขัดขวางเจ้าหน้าที่จำคุกสูงสุด 20 ปี ทาง ยูเอ็นขู่ รัฐบาลทหารเมียนมา จะ “ดำเนินการเด็ดขาด” หากไม่หยุดใช้มาตรการที่รุนแรง

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) กองทัพเมียนมายังคงเดินหน้าสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวต่อเนื่อง หลังจากก่อรัฐประหารยึดอำนาจของรัฐบาลพลเรือนมานานกว่า 2 สัปดาห์ โดยตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสื่อโซเชียลมีเดียถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของการปิดกั้นสังคมเมียนมากับโลกภายนอกชั่วคราว ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยืนยันการตัดสัญญาณเป็นความจริง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา โดยกองทัพมองว่าอินเทอร์เน็ตและสื่อโซเชียลมีเดียจะเป็นช่องทางสำคัญในการรวมพลังต่อต้านการรัฐประหาร และส่งผลเชิงลบต่อการบริหารและความมั่นคงของประเทศภายใต้รัฐบาลทหาร

อีกทั้งยังทำการแก้แก้กฎหมาย 2 ฉบับ เพื่อให้เอื้อต่อการจับกุมผู้ประท้วง

ฉบับที่ 1 เป็นการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสิทธิเสรีภาพประชาชนในบางมาตรา เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้จนถึงการมอบอำนาจรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่จะทำให้ตำรวจหรือทหาร สามารถจับผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นและหมายจับจากศาล โดยฉบับที่ 2 ระบุว่า ถ้ามีแขกต่างถิ่น หรือแม้กระทั่งเพื่อนบ้านที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันมานอนค้างคืน ก็จะต้องไปรายงานต่อผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน ผู้ใหญ่บ้านหรือประธานชุมชน ที่นำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถเคาะประตูบ้าน เพื่อตรวจสอบได้ทุกเวลา แม้จะดึกแค่ไหนก็ตาม โดยไม่ต้องมีหมายค้น

และยังส่งรถถังเคลื่อนและประจำตามเมืองสำคัญทั่วประเทศ โจมตีและจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้เห็นต่างยามวิกาลอย่างผิดกฎหมาย บางรายจับกุมโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา โดยกองทัพเมียนมาขู่เพิ่มโทษจำคุกและโทษปรับ สำหรับบุคคลที่ยุยงและสร้างความเกลียดชังต่อกองทัพเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นทางคำพูด เขียนเป็นตัวอักษร สัญลักษณ์หรือการแสดงออกใดๆ ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อความในเว็บไซต์ของกองทัพระบุว่า หากผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ อาจจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี ขณะที่ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ ต้องโทษจำคุก 3-7 ปี โดยกองทัพยังคงควบคุมตัว ออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลพลเรือนต่อไป แม้จะมีแรงเสียดทานจากภายในประเทศและแรงกดดันจากประชาคมโลกก็ตาม

ทางสหประชาชาติ (UN) ไม่นิ่งนอนใจ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทหารของเมียนมาเคารพสิทธิของประชาชนในการชุมนุมอย่างสงบ พร้อมเตือนผลลัพธ์ร้ายแรงที่อาจตามมา หากกองทัพยังไม่หยุดใช้มาตรการที่รุนแรงในการตอบสนองผู้ประท้วง