ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม

ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม

เหตุปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้ประท้วงชาวเมียนมาชุมนุมต้านรัฐประหารเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันทั่วประเทศ แม้กองทัพประกาศเคอร์ฟิวห้ามชุมนุมในที่สาธารณะและขู่ว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจัดการผู้ฝ่าฝืน

ตำรวจเมียนมาใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตา และฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม หลังเริ่มมีการใช้มาตรการควบคุมในบางพื้นที่ของประเทศแล้วรวมทั้งประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวที่ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานระหว่างเวลา 20.00-04.00 น. และห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน

โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า “พวกเขายิงปืนขึ้นฟ้าขู่ 2 ครั้ง จากนั้นก็ยิงกระสุนยางใส่ผู้ประท้วง” มีผู้บาดเจ็บจำนวนนึง หลังจากที่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงไม่สามารถทำให้ฝูงชนล่าถอยได้ และยังมีรายงานว่าตำรวจบางส่วนได้ย้ายข้างมาร่วมกับผู้ชุมนุมด้วย

นอกจากนี้ยังมีการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมในเมืองอื่นๆ อีกหลายแห่ง และมีรายงานตำรวจยิงปืนฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุมในเมืองพะโคด้วย

ทางด้าน พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้มีการแถลงผ่านทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การทำรัฐประหาร ยืนยันว่าการยึดอำนาจเป็นเพราะมีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น และกล่าวโทษไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่สามารถสืบหาผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษได้ พร้อมทั้งรับปากว่าจะจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่หลังจากมีการปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว รวมทั้งกองทัพจะส่งต่ออำนาจให้แก่ผู้ชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน