ชาวเมียนมารวมตัวกันแสดงจุดยืนต่อต้านความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อต้านการรัฐประหาร กดดันไปยังกองทัพ เป็นวันที่สามแล้ว

ชาวเมียนมารวมตัวกันแสดงจุดยืนต่อต้านความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อต้านการรัฐประหาร กดดันไปยังกองทัพ เป็นวันที่สามแล้ว

วันนี้ 8 ก.พ.2564 ตำรวจในเมืองเมียวดีของเมียนมา ได้ยิงปืนขึ้นฟ้าโดยใช้กระสุนจริง และยิงลงพื้น ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมารวมตัวตามท้องถนนเพื่อต่อต้านการทำรัฐประหาร พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยนางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย แตกตื่นและล่าถอย โดยตำรวจจับกุมผู้ชุมนุม  6 คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตื่่นตระหนกให้กับผู้ชุมนุมในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะสร้างความตื่นตระหนก แต่ยังไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

การเดินขบวนในเมืองย่างกุ้งวันนี้ มีบรรยากาศแตกต่างจากเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีคณะพระภิกษุสงฆ์เข้าร่วมด้วย ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่า น่าจะมากที่สุด นับตั้งแต่ “การปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์” ต่อต้านรัฐบาลทหาร เมื่อปี 2531 และ 2550 ที่ยุติด้วย “การนองเลือด” จากการกวาดล้างโดยกองทัพ

ทางด้านเมืองทวาย ผู้ประท้วงชาวเมียนมาหลายพันคน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนสายต่างๆ โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้บีบแตร และร้องตะโกนต่อต้านรัฐประหาร และมีคนเดินเท้าเข้าร่วม บางคนสวมเสื้อสีแดง โบกธงแดง และลูกโป่งสีแดง ซึ่งเป็นสีประจำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD แต่ที่โดดเด่นคือพวกที่ชูสามนิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านรัฐประหาร 

การแสดงพลังของชาวเมียนมาในครั้งนี้ถือเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติผ้าเหลืองในปี 2550 ที่พระสงฆ์เป็นหนึ่งในแกนนำการประท้วง เนื่องจากไม่พอใจรัฐบาลทหารที่ยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันและแก๊ส ทำให้ราคาพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำรงชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การประท้วงต่อต้านรัฐประหารกำลังตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ บางพื้นที่บานปลายกลายเป็นเหตุปะทะกัน โดยเจ้าหน้าที่เริ่มใช้อาวุธสกัดกั้นการชุมนุม เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด กระสุนยางและแก๊สน้ำตาถูกนำมาใช้ แต่ส่วนใหญ่ในหลายๆเมืองยังคงเป็นการชุมนุมโดยสันติ