ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ต่อสายตรงพูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคาร หลังไบเดนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ต่อสายตรงพูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคาร หลังไบเดนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้พูดคุยกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รับตำแหน่ง ซึ่งมีการเตือนเกี่ยวกับกรณีที่รัสเซียพยายามแทรกแซงการเลือกตั้ง รวมถึงประเด็นการประท้วงของฝ่ายค้านในรัสเซียเกี่ยวกับกรณีการจับกุม อเล็กเซย์ นาวัลนี นักวิจารณ์และคู่ปรับทางการเมืองของปูติน

แถลงการณ์จากสหรัฐฯ ระบุว่า ไบเดนได้ส่งสารที่ชัดเจนไปยังปูตินว่า สหรัฐฯ จะปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติอย่างหนักแน่น ในการตอบโต้พฤติการณ์ของรัสเซียที่เป็นอันตรายต่อสหรัฐฯ หรือประเทศพันธมิตรของวอชิงตัน

ผู้นำสองฝ่ายยังพูดคุยกันถึงเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ต่อ SolarWinds ที่กระทบต่อภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งของสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ มองว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลัง

ด้านรัฐบาลรัสเซีย ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันนี้ว่า ผู้นำสหรัฐฯและผู้นำรัสเซียได้หารือกันหลังจากทั้งสองประเทศเห็นชอบที่จะต่ออายุสนธิสัญญานิวเคลียร์ออกไป โดยโฆษกรัฐบาลเครมลิน ดิมิทรี เปสคอฟ ระบุว่ารัฐบาลรัสเซียและสหรัฐฯ ต่างพยายามผลักดันการต่ออายุสนธิสัญญานี้อย่างเต็มที่ จากที่เวลาเส้นตายใกล้เข้ามาทุกที และว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศและทั่วโลก

สนธิสัญญา New START สนธิสัญญาเพื่อควบคุมอาวุธที่ใช้ทางยุทธศาสตร์ จัดทำขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อ ค.ศ. 2010 และจะหมดอายุลงในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งกำหนดให้สหรัฐฯ และรัสเซีย ลดหรือจำกัดการครอบครองขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งหากการต่ออายุสนธิสัญญาล้มเหลวไป อาจนำไปสู่ความตึงเครียดระหว่าง 2 มหาอำนาจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้