ธนาธร แจง วัคซีนพระราชทานฯ : ใครได้-ใครเสีย?’

ธนาธร แจง วัคซีนพระราชทานฯ : ใครได้-ใครเสีย?’

เมื่อวาน (18 มกราคม ) ช่วงเวลา 21.00น. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้มีการไลฟ์ผ่านเพจคณะก้าวหน้าในหัวข้อ ‘วัคซีนพระราชทานฯ : ใครได้-ใครเสีย?’ เปิดเผยข้อมูลว่าด้วยการจัดหาและผลิตวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย โดยตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนในประเทศไทย ทั้งการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง ทำไมประเทศไทยได้วัคซีนช้า และทำไมรัฐบาลถึงจัดหาวัคซีนได้ไม่ครอบคลุมจำนวนประชากรที่เหมาะสม

ทำให้เกิดคำถามขึ้นมา ว่าการจัดหาวัคซีนในลักษณะนี้ จะเป็นการฝากอนาคตของประเทศไทยไว้กับ AstraZeneca และ Siam Bioscience มากเกินไปหรือไม่ จะเป็นการลดโอกาสในการพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ที่จะทำให้วัคซีนครอบคลุมประชากรที่สุดหรือไม่

ธนาธร ยังตั้งคำถามถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอีกว่า การอนุมัติข้อตกลงอย่างนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จะสามารถรับผิดชอบได้หรือไม่ ถ้าวัคซีนมีการผลิตช้ากว่ากำหนดเวลา หรือมีปัญหาในการแจกจ่ายให้ประชาชน เนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท Siam Bioscience ด้วย

ในช่วงสุดท้ายธนาธรได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลได้ทำตามสิ่งที่เราเสนอตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ที่ว่ารัฐบาลจะต้องเจรจาหาวัคซีนให้เร็ว ให้ครอบคลุม ฉีดให้ประชาชนได้เร็วที่สุด ไม่ฝากความหวังไว้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่สร้างความนิยมทางการเมืองบนผลประโยชน์ของประชาชน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเร็วกว่านี้ ประเทศไทยจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นกว่านี้ หากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ เดินเกมตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ไม่ใช่การยึดเอาการสร้างความนิยมทางการเมืองมาเป็นปัจจัยหลักมากกว่าชีวิตของประชาชน จนทำให้เกิดทั้งความล่าช้าและไม่ครอบคลุมเช่นนี้

ทางด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ วิจารณ์การผลิตวัคซีนจากบริษัทในประเทศไทย หากเกิดข้อผิดพลาดรัฐบาลจะรับผิดชอบได้หรือไม่ ว่า ตนมองว่าคนพูดเรื่องนี้รู้ไปหมดทุกเรื่อง แต่ไม่รู้จัดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ไทยมาถึงวันนี้ได้ใครเป็นผู้วางรากฐานสาธารณสุข ทำให้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งโลก ทำให้ประชาชนภายในประเทศมีพื้นฐานสุขภาพที่ดี มีวิถีชีวิตที่ดี มีความแข็งแรง ใครเป็นคนพระราชทานสิ่งของต่างๆ ยามมีภัยพิบัติไม่ว่าจะเป็นทางธรรมชาติ หรือโรคระบาด พร้อมพระราชทานรถตรวจโควิดพระราชทานเคลื่อนที่กว่า 20 คัน รวมทั้งชุดพีพีอี และเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้กับโรงพยาบาล ดังนั้นขอให้ไปทำการบ้านก่อนแล้วค่อยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งความจริงเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

อนุทิน ย้ำว่า เรื่องวัคซีนเป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะวัคซีนโควิด ซึ่งเป็นวัคซีนใหม่ ที่ต้องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องไม่เอาเรื่องการเมืองมาเป็นประเด็น ขอให้ช่วยกันรักษาบ้านเมืองตอนนี้ให้มากที่สุด ขอปล่อยให้แพทย์ทำหน้าที่ เราไม่ใช่แพทย์ ทำเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้อีกเยอะ ถ้าไม่ได้ทำอะไร พูดอะไรก็ได้หมด ถ้าอยากทำอะไรให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการ ก็เข้ามาบริหารบ้านเมืองให้ได้เสียก่อน

ส่วนหลังจากนี้จะดำเนินการฟ้องร้องอะไรหรือไม่ อนุทิน ระบุว่า ก็แล้วแต่แต่ตนพูดในหลักการ ซึ่งเป็นความรู้สึกส่วนตัว ส่วนผู้ที่ออกมาวิจารณ์แต่ไม่ทำอะไร “เมื่อมือไม่พายก็อย่าเอาอะไรมาราน้ำ”