“พิธา” ฝากถึง “ชัชชาติ”อย่าให้รัฐบาลสร้างระบบ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา”

“พิธา” ฝากถึง “ชัชชาติ”อย่าให้รัฐบาลสร้างระบบ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา”

วันที่ 13 มกราคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับงบประมาณของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 โดยให้รายละเอียดว่า

ปี 2563 กทม. ประมาณการรายได้ไว้ที่ 83,000 ล้านบาท และเมื่อดูจากสถานะการเงินในรายงานของสำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2562 กทม. มีเงินสะสมปลอดภาระผูกพันสูงถึง 53,568 ล้านบาท จริงๆ แล้วก็คือเงินภาษีที่เก็บมาจากประชาชนที่ยังไม่ได้ใช้

ชัชชาติระบุอีกว่า กทม. มีประชากรตามทะเบียนประชากรประมาณ 5.6 ล้านคน ถ้ารวมคนที่เข้ามาทำงานด้วยอีกประมาณ 2 ล้านกว่าคน รวมแล้ว 8 ล้านคน ถ้าเราจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ทุกคน คนละ 2 โดส ที่ราคา 1,000 บาทต่อคน จะใช้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่ง กทม. มีเงินสะสมมากพอที่จะรับภาระแทนประชาชนได้ทันที

วันนี้ (14 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน  ว่า “สุดท้าย ผมขอฝากความหวังดีไปยังคุณชัชชาติและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนว่าเราต้องอย่าหลงลืมทวงบทบาทหน้าที่สำคัญของรัฐบาลในวิกฤตครั้งนี้ อย่าปล่อยให้รอดจากความรับผิดชอบหลักของตัวเองไปได้ เรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพและมีจำนวนเพียงพอให้ประชาชนทุกคน เราเองต้องไม่ปล่อยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควักเงินจ่ายกันเอง เอื้อให้รัฐบาลสร้างระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาเช่นนี้” พิธากล่าวในที่สุด