สมาชิกสภาร่วมกันถอดถอน “โดนัลด์ ทรัมป์”

สมาชิกสภาร่วมกันถอดถอน “โดนัลด์ ทรัมป์”

วันที่ 7 ม.ค. 2564 นาย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตในวุฒิสภา เป็นสมาชิกสภาคองเกรสคนล่าสุดที่ออกมาเรียกร้องให้ใช้ บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 ถอดถอนประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ออกจากตำแหน่ง

หลังจากเขาปลุกระดมผู้สนับสนุนให้มาชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อขัดขวางการรับรองชัยชนะเลือกตั้งของนายโจ ไบเดน แต่การชุมนุมกลับบานปลายกลายเป็นความรุนแรง ผู้ประท้วงจำนวนมากบุกเข้าไปในอาคารจนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จนมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ถูกจับอีก 68 คน

หลังเกิดเหตุ นายทรัมป์พยายามออกมาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเขาเดินทางกลับบ้าน แต่ยังคงกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่ามีการโกงเลือกตั้ง จนทำให้เขาถูกผู้ให้บริการสื่อโซเชียลอย่าง ทวิตเตอร์ และ เฟซบุ๊ก ระงับบัญชี

จากนั้นนายทรัมป์ก็ออกแถลงการณ์ว่า จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสงบให้แก่ว่าที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่สภาคองเกรสรับรองให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 3 พ.ย. แต่ทรัมป์ยังย้ำว่า เขายังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับผลการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้สมาชิกสภาหลายคนออกมาเรียกร้องให้ถอดถอนนายทรัมป์ออกจากตำแหน่ง

แต่การบังคับถอดถอน ทรัมป์ออกจากตำแหน่งนั้น เดโมแครตต้องการเสียงจาก ส.ว.รีพับลิกัน 8 เสียง และคะแนนโหวตจากรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ จึงจะสามารถบังคับใช้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในตอนนี้

จนถึงตอนนี้มีสมาชิกฝ่ายรีพับลิกัน ออกมาเรียกร้องให้มีการถอดถอนนายทรัมป์แล้ว 2 คน โดยนาย อดัม คินซิงเกอร์ สมาชิกสภาคองเกรสจากรัฐอิลลินอยส์เป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่ออกมา ขณะที่ผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ กับ เวอร์มอนต์ ซึ่งเป็นรีพับลิกันทั้งคู่ ก็เรียกร้องให้ถอดถอนนายทรัมป์เช่นกัน ส่วนเดโมแครตในคณะกรรมการตุลาการแห่งสภาผู้แทนราษฎรออกมารับลูกว่า การกระทำของนายทรัมป์ เข้าเกณฑ์ให้ใช้บทบัญญัติฯ ที่ 25 ได้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลทรัมป์หลายคนตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง รวมถึง นางเอเลน เชา เลขาธิการฝ่ายการคมนาคม และภรรยาของ ส.ว.อาวุโสของพรรครีพับลิกันอย่าง นายมิตช์ แมคคอนเนล โดยระบุว่า เธอไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ นายมิค มัลเวนีย์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ, แมตต์ พอตติงเจอร์ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอาวุโส และ สเตฟานี กริสแฮม เลขาธิการฝ่ายสื่อของเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ก็ลาออกเช่นกัน