AstraZeneca ดีไหม? มาทำความรู้จักวัคซีนหลักของไทย

AstraZeneca ดีไหม? มาทำความรู้จักวัคซีนหลักของไทย

AstraZeneca ล็อตแรกที่ผลิตจากบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่ผลิตในประเทศไทย ที่จะเป็นวัคซีนหลักได้ถูกส่งมอบแล้วจำนวน 1.8 ล้านโดส และจะเริ่มกระจายฉีดวันที่ 7 มิถุนายนนี้ แต่ก็ยังมีข่าวหลาย รพ.เลื่อนฉีดออกไป ยังไงก็ต้องรอติดตาม อย่างไรก็ตามในเมื่อเป็นวัคซีนหลักก็เลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จัก และย้ำกันอีกทีกับวัคซีน AstraZeneca ว่าดีไหม มีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า 

AstraZeneca ดีไหม? 
วัคซีนโควิดแอสตราเซเนกา หรือ AZD1222 เป็นวัคซีนที่คิดค้นโดยบริษัทแอสตราเซเนกากับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด 

แอสตราเซเนกาใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าไวรัลเวคเตอร์ (Viral Vector vaccine) หรือวัคซีนที่เลียนแบบการติดเชื้อแบบธรรมชาติเพื่อทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส แตกต่างกับซิโนแวคที่ใช้เชื้อที่ตาย

หากถามว่าดีไหม ในทางการแพทย์ไม่มีวัคซีนตัวไหนสมบูรณ์และดีไป 100% เพราะฉะนั้นให้ใช้ตัวเลขในการพิจารณาน่าจะเหมาะสมกว่า 

  • ป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการ 85-90% 
  • ป้องกันการติดเชื้อทุกรูปแบบ 54.1% 
  • ป้องกันอาการรุนแรง ตรงนี้ยังไม่มีข้อมูลในประเทศไทย แต่หากอ้างอิงจากต่างประเทศก็ 100% เหมือนซิโนแวค
  • การฉีดเข็มแรกของAstraZeneca มีการพบภูมิคุ้มกันแอนติบอดี้ราวๆ 47.5 ยูนิต/มล. ซึ่งถือว่าเยอะกว่าซิโนแวคมากพอสมควร (ซิโนแวคเข็มแรกอยู่ที่ 1.9 ยูนิต/มล.)
  • มีผลรายงานว่าสามารถต้านโควิดสายพันธุ์อินเดียได้ 

หากมองภาพรวมง่ายๆประสิทธิภาพของ AstraZeneca นั้นก็ถือว่าเป็นที่ยอมรับในระดับโลกเลยทีเดียว

AstraZeneca ผ่านการรับรองหรือยัง?

  • ผ่านการรับรองจาก อย. แล้ว ผ่านการรับรองจาก WHO หรือองค์กรอนามัยโลกเรียบร้อยแล้ว
  • สำหรับ แอสตราเซเนกาที่ผลิตในไทย โดยสนามไบโอไซเอนซ์ก็ได้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของ AstraZeneca ในยุโรปและสหรัฐเรียบร้อยแล้ว

ฉีดกี่เข็ม 

  • 2 เข็ม(2 โดส) ห่างกัน 4-12 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่พบ (ที่อาจพบได้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละบุคคล)

  • อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 
  • มีไข้ คลื่นไส้
  • บางรายมีอาการปวดบริเวณที่ฉีด 

เหมาะกับใคร 
เชื่อว่าหลายท่านคงเคยเห็นข่าวที่บางประเทศแนะนำให้คนอายุน้อยหลีกเลี่ยงการฉีด แอสตราเซเนกา ซึ่งก็เป็นข่าวจริง เรามาอ่านรายละเอียดสั้นๆเพิ่มสักนิด 

  • หลีกเลี่ยงกรณีมีวัคซีนอื่นที่เป็นทางเลือกและไม่ทำให้การรับวัคซีนต้องล่าช้าออกไป 
  • โอกาศเกิดลิ่มเลือดในคนอายุ 30-39 ปี คือ 1 ต่อ 60,000 ในขณะที่ 40-49 ปีอยู่ที่ 1 ใน 100,000 
  • ข้อดียังมีมากกว่าความเสี่ยง

          ส่วน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หรือ หมอยง ที่เราคุ้นเคยกันเคยออกมาให้ความเห็นว่า หลังฉีดวัคซีน AstraZeneca ให้เตรียมยาพาราเซตามอลไว้ได้เลย อาการไข้ขึ้นหรือบางคนมีอาการบวมแดงตรงบริเวณฉีดถือเป็นปฏิกิริยาของวัคซีนที่พบได้ทั่วไป อาการดังกล่าวจะอยู่แค่ชั่วคราว โดยทั่วไปจะมีไข้อยู่ 21 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย 2 วัน 

แล้วจะได้ฉีด ซิโนแวค หรือ แอสตราเซเนกา
ตรงนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่า คนที่มาฉีดจะได้ฉีดยี่ห้อไหน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับความเห็นจากทางแพทย์แล้วแต่รายบุคคลไป 

สนับสนุนเนื้อหา