สธ. ยืนยันผลสอบสวนเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นเพราะโรคประจำตัว มั่นใจในวัคซีนที่มีอยู่ทั้ง 2 ยี่ห้อ

สธ. ยืนยันผลสอบสวนเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นเพราะโรคประจำตัว มั่นใจในวัคซีนที่มีอยู่ทั้ง 2 ยี่ห้อ

จากกรณีผู้ป่วยเส้นเลือดในท้องโป่งพองแตก อยู่ระหว่างรับการรักษา เสียชีวิตหลังรับวัคซีนโควิด ซึ่งตั้งแต่ที่มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย เริ่มวันที่ 28 ก.พ. 2564 จนถึงปัจจุบัน เพิ่งจะมีรายงานว่ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้น

วันนี้ (26 มีนาคม) นพ.โสภณ เมฆธน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 แถลงข่าวกรณีมีผู้เสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากกรณีมีคนเสียชีวิตด้วยสาเหตุเส้นเลือดในช่องท้องโป่งพองและแตก ทำให้เสียชีวิต ทั้งนี้หลังฉีดวัคซีนเรามีระบบติดตามหลังฉีดไปแล้ว 30 วัน เริ่มตั้งแต่ 1 วัน, 3 วัน, 7 วัน และ 30 วันหลังได้รับวัคซีน ทำให้เราสามารถตรวจจับเหตุการณ์นี้ได้

จากการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว แพทย์มั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่ต้องรอฟังคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง เปรียบเหมือนข่าวต่างประเทศ ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นเขาจะต้องไปตรวจและสอบสวน เช่น มีผู้เสียชีวิตที่อายุมากหลังฉีดวัคซีน แต่สอบสวนแล้วพบว่าเป็น Coincidence หรือเหตุบังเอิญ

“ผมเองค่อยข้างมั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน เราค่อนข้างมั่นใจในวัคซีน 2 ตัวที่เรามี” นพ.โสภณกล่าว

โดยผู้ป่วยรายนี้รายงานผลวันที่ 1 และวันที่ 3 หลังฉีดวัคซีนว่าปกติดี แต่วันที่ 7 ติดต่อไม่ได้ ต่อมาพบว่าวันที่ 9 หลังฉีดวัคซีนมีอาการแน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ เป็นลม และอาการทรุด โดยวันที่ 13 มีนาคมได้เสียชีวิตลง โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากเส้นเลือดในช่องท้องโป่งพองและแตกทำให้เสียชีวิต สรุปว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน และยืนยันว่าวัคซีนไม่ได้เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิต