Eu ควบคุมการส่งออก วัคซีนโควิด-19 กระทบกว่า 100ประเทศ

Eu ควบคุมการส่งออก วัคซีนโควิด-19 กระทบกว่า 100ประเทศ

“สหภาพยุโรป” สั่งควบคุมการส่งออกวัคซีนโควิด-19 ให้ประเทศต่างๆ ใน EU ปฏิเสธการอนุญาตส่งออกวัคซีน หากบริษัทผลิตวัคซีนไม่ปฏิบัติตามสัญญาการส่งมอบวัคซีน คาดกระทบราว 100 ประเทศทั่วโลก

สหภาพยุโรป (EU) จะใช้มาตรการควบคุมการส่งออกวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตขึ้นภายใน EU ท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับการส่งมอบซึ่งทำให้วัคซีนขาดแคลน ทั้งนี้ กลไกความโปร่งใส (transparency mechanism) ให้อำนาจประเทศต่างๆ ใน EU ที่จะปฏิเสธการอนุญาตส่งออกวัคซีน หากบริษัทผลิตวัคซีนไม่ปฏิบัติตามสัญญาการส่งมอบวัคซีนที่มีอยู่กับทาง EU

มาตรการควบคุมการส่งออกวัคซีนของ EU จะส่งผลกระทบต่อราว 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหราชอาณาจักร, สหรัฐ, แคนาดา และออสเตรเลีย แต่อีกหลายประเทศรวมถึงประเทศที่ยากจนจะได้รับการยกเว้น U ยืนยันว่า การควบคุมการส่งออกวัคซีนนั้นเป็นมาตรการเพียงชั่วคราว และไม่ใช่การห้ามส่งออกวัคซีน ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการดังกล่าวของ EU โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก

มาตรการควบคุมการส่งออกวัคซีนเกิดขึ้น หลังจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าของอังกฤษเปิดเผยว่า วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ที่ทางบริษัทพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด จะมีการส่งมอบไปยังสหภาพยุโรป (EU) ต่ำกว่าเป้าหมายไปจนถึงปลายเดือนมี.ค. อันเนื่องจากปัญหาด้านการผลิต โดยคาดว่าจะมีการลดปริมาณการส่งมอบวัคซีนลง 60% เหลือเพียง 31 ล้านโดส

ด้านบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ของสหรัฐ ระบุเช่นกันว่า ทางบริษัทจะลดการส่งมอบวัคซีนต้านโควิด-19 เหลือเพียง 50% ให้แก่ยุโรป โดยจะกระทบการส่งมอบในช่วงสิ้นเดือนนี้ไปจนถึงต้นเดือนหน้า

สำหรับวัคซีนโควิดแอสตราเซเนกา จะกระทบแผนนำเข้าล็อตแรกของประเทศไทยใน เดือนกุมภาที่จะถึงนี้หรือไม่นั้น ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์ว่า แผนการจัดหาวัคซีนป้องกัน โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้