“ธนาธน” ตั้งคำถาม 5 ข้อจี้ “อนุธิน”

“ธนาธน” ตั้งคำถาม 5 ข้อจี้ “อนุธิน”

วันที่ 26 ม.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก เรียนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สธ.มีข้อความว่า  ผมติดตามการทำงานของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนไทยด้วยความเป็นห่วง ผมได้แถลงถึงข้อสงสัยของผมในสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้แสดงความคิดเห็นต่อการแสดงออกของผมหลายคน มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งรวมถึงคุณอนุทินเองด้วย

ผมจึงอยากขอใช้โอกาสนี้ สื่อสารถึงคุณอนุทิน และหวังว่า คุณอนุทินจะชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้สังคมหายสงสัย

1. ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ จนถึงวันนี้เรามีวัคซีนที่เจรจาเสร็จ มีความชัดเจนในการส่งมอบ ครอบคลุมเพียง แค่ร้อยละ 21.5 ของจำนวนประชากร เท่านั้น การฉีดวัคซีนเพียงร้อยละ 21.5 ของจำนวนประชากรนั้นไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมได้

2. นอกจากการจัดหาวัคซีนจะครอบคลุมคนจำนวนน้อยแล้ว การฉีดวัคซีนยังล่าช้ากว่าช่วงเวลาที่ควรจะเป็น ตามกรอบเวลาที่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขได้อธิบายกับกรรมาธิการสาธารณสุขของสภาฯได้ประกาศไป นั่นหมายความว่า หากผมไม่ออกมาตั้งคำถาม รัฐบาลเดินหน้าตามแผนนี้ ประชาชนจะต้องอดทนกับสถานการณ์กึ่งปิดกึ่งเปิดอย่างนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 3 ปี และอีกสามปีนี้อาจจะมีความเสี่ยงแพร่ระบาดครั้งที่สามครั้งที่สี่ต่อไปได้ คนที่ต้องแบกรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่หนักที่สุดคือคนหาเช้ากินค่ำ คือแรงงานนอกระบบ คือคนที่ชีวิตมีความเปราะบาง ไม่มีสวัสดิการใดๆ รองรับ คนเหล่านี้ต้องอยู่กับความกลัวและความไม่แน่นอนในชีวิตไปอีกสามปี

3. การมีวัคซีนคือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ตราบใดที่เรายังไม่สามารถฉีดวัคซีนในกับประชากรได้ในจำนวนที่มากพอ เราก็ยังอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิดอยู่ ประชาชนยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวอยู่ นักท่องเที่ยวจะไม่กลับเข้ามา ภาคธุรกิจไม่มีความแน่นอน การเจรจาการค้ากับต่างประเทศก็ชะงักชะงัน และที่สำคัญ เราจะเสียเปรียบทางการแข่งขันกับประเทศที่ฉีดวัคซีนเสร็จก่อนเรา

4. การจัดหาวัคซีนไม่ครบนี้ อาจมาจากการฝากความหวังไว้ที่บริษัทบริษัทเดียว ผมจำเป็นต้องย้ำในที่นี้อีกครั้งว่าผมเห็นด้วยและสนับสนุนให้เกิดการผลิตวัคซีนในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำ และผมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่พยายามทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ

แต่สิ่งที่ผมกำลังตั้งคำถามคือกระบวนการคัดเลือกบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่งมาทำภารกิจนี้ ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีการเปรียบเทียบคุณสมบัติกับรายอื่นๆ อย่างเป็นระบบ เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่

5. ในเมื่อรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนทั้งงบประมาณและการเจรจาให้เกิดสัญญาต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมา อย่าอ้างว่าเป็นสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน ประชาชนย่อมมีความชอบธรรมที่จะขอเปิดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเจรจาทั้งหมดของทุกหน่วยงานและเอกสารสัญญาเหล่านี้

ผมตั้งคำถามเหล่านี้ด้วยความปรารถนาดีต่อประชาชนไทย ด้วยหวังว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการจัดหาวัคซีน ปรับเปลี่ยนแผนเดิมและมุ่งมั่นจัดหาและฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกับจำนวนประชากรมากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ปราศจากความกลัว เศรษฐกิจไทยกลับมาเดินหน้าอย่างมีพลัง ลดความไม่แน่นอนให้กับผู้ประกอบการ ลดงบประมาณที่จะต้องใช้จ่ายเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่อนาคตไม่ชัดเจน