อินเดียอนุมัติวัคซีนโควิด-19 ตั้งเป้าฉีด 300 ล้านคนในปีนี้

อินเดียอนุมัติวัคซีนโควิด-19 ตั้งเป้าฉีด 300 ล้านคนในปีนี้

วันที่ 3 ม.ค. 2564 ว่า กรมควบคุมยาสามัญแห่งอินเดีย (Drugs Controller General of India: DCGI) อนุมัติวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัท แอสตราเซเนกา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และวัคซีนของบริษัทท้องถิ่น ‘ภารัต ไบโอเทค’ ให้ใช้งานในกรณีฉุกเฉินอย่างเป็นทางการแล้ว

นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี กล่าวว่า การอนุมัติวัคซีนครั้งนี้เป็น “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” โดยพวกเขาตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนประมาณ 300 ล้านคนเป็นอย่างน้อยในปีนี้ เริ่มจากกลุ่มเสี่ยงที่มีจำนวน 30 ล้านคน ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ส่วนอีก 270 ล้านคนคนคือกลุ่มเปราะบาง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย

ทั้งนี้ วัคซีนของ แอสตราเซเนกา/ออกซ์ฟอร์ด ผลิตโดยบริษัทท้องถิ่นชื่อ ‘สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย’ ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยวัคซีนดังกล่าวมีชื่อในอินเดียว่า ‘โควิชีลด์’ (Covishield) โดยต้องฉีด 2 โดส ห่างกันราว 4-12 สัปดาห์ สามารถเก็บได้ในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ซึ่งตู้เย็นทั่วไปส่วนใหญ่ทำได้ ทำให้การขนส่งง่ายกว่าวัคซีนชนิดอื่น เช่น ของ ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค ที่ต้องเก็บในอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส

DCGI ระบุว่า ผู้ผลิตทั้ง 2 เจ้าส่งข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนของพวกเขานั้นปลอดภัยพอที่จะใช้ แต่บริษัท ภารัต ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่า วัคซีน ‘โคแวคซิน’ (Covaxin) ของพวกเขามีประสิทธิภาพต่อต้านไวรัสโควิด-19 มากเพียงใด

ปัจจุบันอินเดียพบผู้ป่วยโควิด-19 สะสมอยู่ที่กว่า 10.3 ล้านคน มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 150,000 คนแล้ว อย่างไรก็ตาม อัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตในอินเดียยังถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่นที่มีการระบาดรุนแรง เนื่องจากอินเดียมีประชากรมากถึงราว 1,400 ล้านคน